[x] ปิดหน้าต่างนี้
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
เมนูหลัก
บทเรียนออนไลน์

เว็บไซต์
     >>> สาขาวิชา <<<
+ MBA ยุทธศาสตร์การจัดการธุรกิจ

              >>> คณะ  <<<
+คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
+คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
+คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
+คณะครุศาสตร์
+คณะเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร


     >>> สำนัก/กอง/สถาบัน <<<
+สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
+สำนักงานอธิการบดี
+สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
+สำนักศิลปะและวัฒนธรรม
+บัณฑิตวิทยาลัย
+สถาบันวิจัยและพัฒนา
+สถาบันเอเซียศึกษา
+กองนโยบายและแผน

      >>> ลิ้งอื่น ๆ  <<<
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 62 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
poll

   อากาศสุรินทร์เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก



  
บทสรุปผู้บริหาร  
 

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
           
                             คณะวิทยาการจัดการ  ได้จัดการเรียนการสอน ระดับปริญญาตรี  หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต  (บธ.บ.) หลักสูตรบัญชีบัณฑิต (บช.บ.) หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต (นศ.บ.) และในระดับปริญญาโท หลักสูตรธุรกิจมหาบัณฑิต (บธ.ม.) จากอดีตที่ผ่านมา  คณะวิทยาการจัดการได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2529  ซึ่งในการดำเนินการในคณะวิทยาการจัดการนั้น  ได้เริ่มจัดการเรียนการสอน  เน้นในสาขาวิชาชีพอื่น  อันได้แก่  บริหารธุรกิจ  เศรษฐศาสตร์ การบัญชี  การตลาด  คอมพิวเตอร์ธุรกิจ  และนิเทศศาสตร์  นับถึงในปี 2548  ได้ตั้งเป้าหมายของการจัดการศึกษา  เพื่อสนองความต้องการของผู้เรียนในท้องถิ่น  โดยให้โอกาสกับผู้ที่อยากเรียนได้มีโอกาสได้เรียน  ทั้งภาคการศึกษาปกติ และภาคการศึกษา กศ.บป. ซึ่งปัจจุบันนั้น  มีจำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 –4 ภาคปกติ จำนวน 1,055  คน แต่ละปีจะสามารถรับนักศึกษาได้ปีละ  600 คน  นักศึกษาภาค กศ.บป. ทุกชั้นปี จำนวน 483 คน  แต่ละปีสามารถรับนักศึกษาได้ปีละ 400 คน  ในการนี้มีอาจารย์ได้รับวุฒิการศึกษาปริญญาโท- เอก  จำนวน  52 คน เป็นอาจารย์ผู้สอน อาจารย์แต่ละท่านได้รับการคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ตรงกับศาสตร์และสาขาวิชาที่สอน  โดยส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่น  ซึ่งทำให้มีจุดเด่น คือ ความเข้าใจในวิถีชีวิตและบริบทของกลุ่มนักศึกษาเป็นอย่างดี  ดังนั้น การให้คำปรึกษาด้านต่างๆ สำหรับนักศึกษา มีความใกล้ชิดและเป็นกันเอง  เปรียบเสมือนคนในท้องถิ่นเดียวกัน  อันส่งผลให้เกิดความอบอุ่นในการเรียนการสอน  และการดำเนินชีวิตของนักศึกษา 
               ในการนี้  นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการจะมีการติดต่อสื่อสารกับสำนักงานคณะ  ซึ่งได้แก่ อาคาร 1 เป็นอาคารเรียนชั่วคราว  ใช้ทั้งเป็นที่พักอาจารย์ และเป็นห้องปฏิบัติการด้านคอมพิวเตอร์  ส่วนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการบรรยาย  มหาวิทยาลัยได้จัดให้ไปเรียนรวมในอาคารอื่น เช่น อาคาร 31 อาคาร 30  นอกจากนี้  ในคณะฯ ยังได้จัดห้องสมุดคณะเพื่อรวบรวมเอกสารตำราที่เป็นเนื้อหาวิชาเฉพาะทางด้านการบริหารจัดการ  การบริหารธุรกิจ  คอมพิวเตอร์ธุรกิจเบื้องต้น  แต่อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังได้มีโอกาสไปใช้เพื่อการค้นคว้าเพื่อเสริมสร้างการเรียนการสอนได้จากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มเติม  ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จัดเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรในคณะ เป็นไปอย่างคุ้มค่า  และมีการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ  เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนของนักศึกษาที่มีเป็นจำนวนมาก  กับทรัพยากรที่มีอยู่    ในส่วนของคณาจารย์แต่ละท่านก็มีความกระตือรือร้นในการไปศึกษาค้นคว้า  เข้ารับการอบรม  สัมมนาเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอดเวลา โดยดูจากการแสดงความจำนงไปราชการเพื่อเข้าร่วมการอบรมสัมมนาระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดปี รวมทั้งคณะได้มีการส่งเสริมให้คณาจารย์ได้มีประสบการณ์ในด้านการศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ   ในขณะเดียวกัน อาจารย์มีความสนใจในการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น  จะเห็นได้จากมีคณาจารย์สมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกเพิ่มขึ้นทุกปี นับถึงปัจจุบัน มีจำนวนร่วม 10  ท่าน  นับเป็นโอกาสที่ดีที่คณะได้ให้คณาจารย์พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุผลหนึ่ง น่าจะเกิดจากอายุเฉลี่ยของคณาจารย์ยังไม่สูงมากนัก (อายุเฉลี่ยอาจารย์ 40 ปี) และอาจารย์ก็มีความกระตือรือร้นในการที่สอนนักศึกษา  การทำวิจัยในสาขาตนเอง การเขียนตำรา  เพื่อนำไปสู่ตำแหน่งทางวิชาการ  เห็นได้จากคณาจารย์ส่งผลงานเพื่อขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีเช่นกัน  การสนับสนุนพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์นั้น คณะได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง  โดยพิจารณาจากงบประมาณที่คณะจัดสรรให้ทุกปี   ซึ่งได้จากงบพัฒนาบุคลากร (TRED) คนละ 7,000 บาท และงบเพื่อจัดซื้อวัสดุฝึกรายวิชาที่อาจารย์รับผิดชอบสอนตามจำนวนนักศึกษาที่รับผิดชอบ เฉลี่ยคนละ 7,000 บาทต่อภาคเรียน  ซึ่งเมื่อมองในภาพรวมแล้ว  งบประมาณดังกล่าว คณะได้สนับสนุนส่งเสริมให้คณาจารย์ได้มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาขนาดขององค์กร  ก็นับว่ามีขนาดเล็ก (คณาจารย์ 52 คน) แต่การปฏิบัติงานและการใช้ทรัพยากร สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเนื่องมาจากความสามารถในการปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นสูง การพูดคุยกันระหว่างอาจารย์มีอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน  มีความอะลุ่มอล่วย ให้อภัยกัน  มีความสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานของคณะฯ คณาจารย์จะให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง  โดยพิจารณาจากมีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง  ทุกเดือน และการประชุมคณะกรรมการต่างๆ อย่างต่อเนื่องเมื่อมีการดำเนินโครงการ  
               การที่คณะได้จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนการสอน ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และวัสดุสำนักงาน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำคณะ เพื่อปฏิบัติงานสนับสนุนด้านการผลิตเอกสารแก่คณาจารย์ ปัจจุบันคณะมีเจ้าหน้าที่ประจำจำนวน 17 คน โดยปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานคณะ 9 คน ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 3 คน ห้องสมุด 1 คน ห้องปฏิบัติการนิเทศศาสตร์ 1 คน และแม่บ้านทำความสะอาดอาคารบริเวณคณะ 3 คน  โดยเจ้าหน้าที่แต่ละคนนั้นมีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มีทักษะในการทำงานทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ดังจะเห็นจากการมีโครงการอบรมเกี่ยวกับงานธุรการและงานสารบรรณ โครงการอบรมทักษะด้านคอมพิวเตอร์  โครงการศึกษาดูงานสำหรับเจ้าหน้าที่  โครงการอบรมความรู้ด้านการเงินและพัสดุ เป็นต้น อาจารย์ที่ดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มักจะสอดแทรกเสริมสร้างการเป็นผู้ให้บริการ (Service mind) ที่ดี โดยเฉพาะการสื่อสารกับนักศึกษาที่มีความประสงค์ต้องการติดต่องานธุรการ  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมักจะได้รับคำชมจากนักศึกษาส่วนใหญ่ โดยมีความเป็นกันเอง  ในระดับแบบพี่แบบน้อง ซึ่งอาจจะมีเหตุผลจากอายุนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงกัน  ทำให้การสื่อสารเป็นไปในแนวทางเดียวกันได้
               สำหรับนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ  นับว่ามีความโดดเด่นในเรื่องการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  ซึ่งได้ผ่านการอบรม  การเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพในห้องปฏิบัติการ  โดยมีคณะกรรมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพได้กำกับดูแล  เมื่อนักศึกษา ได้ออกไปอยู่ในหน่วยธุรกิจที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  ช่วงระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ในรายวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มักจะได้รับคำชมเชยว่า เป็นนักศึกษาที่มีความอดทน  มุ่งแสวงหาประสบการณ์อย่างกระตือรือร้น  มีจำนวนไม่น้อยที่หลังจากหมดกำหนดระยะเวลาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพแล้ว  เจ้าของผู้ประกอบกิจการหรือหน่วยงานจะรับนักศึกษาเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำทันที  เพราะถือได้ว่า  ในช่วงฝึกประสบการณ์นั้น  ได้มีการทดลองทำงานแล้วอย่างดียิ่ง  สามารถเข้าปฏิบัติงานประจำได้เลย  รวมทั้งนักศึกษาส่วนใหญ่มักจะมีความซื่อสัตย์  ซึ่งอาจจะเป็นนิสัย ลักษณะของคนท้องถิ่นอีสาน 
               ในการจัดการเรียนการสอน  โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณาจารย์ที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา มักจะสนับสนุนส่งเสริมให้มีกระบวนการการมีส่วนร่วม  โดยได้มีการจัดโครงการเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในวิชาชีพในแต่ละสาขาต่าง ๆ เช่น โครงการศึกษาดูงานในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งวิชาชีพ เช่น  จังหวัดในเขตนิคมอุตสาหกรรม  กิจการด้านโรงแรม  กิจการด้านการท่องเที่ยว  กิจการด้านการบันเทิง  โทรทัศน์  กิจการด้านการบิน เป็นต้น  โครงการที่ก่อให้เกิดความสามัคคี สมานฉันท์ซึ่งกันและกัน  เพื่อพัฒนาจิตใจ  อันได้แก่ โครงการวันสำคัญแห่งชาติประจำปี , โครงการออกค่ายอาสาพัฒนาชุมชน, โครงการพัฒนาบุคลิกภาพ  การสร้างประสบการณ์เรียนรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง  รุ่นพี่ที่ดีจะชักชวนให้รุ่นน้องจากโรงเรียนมัธยมมาเรียน เพราะเห็นว่าคณาจารย์ให้คำปรึกษาที่ดี มีกิจกรรมเสริมประสบการณ์มาก สร้างความประทับใจแก่นักศึกษา โดยผ่านกิจกรรมของสโมสรนักศึกษา ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ ที่นักศึกษาจัดขึ้นนั้น  พบว่า ได้ก่อให้เกิดการสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ในการเรียนการสอน  นักศึกษามีโลกทัศน์ในการพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆ ได้เพิ่มขึ้น นักศึกษามีความพึงพอใจมากต่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะนักศึกษาส่วนใหญ่จะมีความพร้อมในการเรียนรู้ค่อนข้างสูง (Active Learning) นอกจากนี้ นักศึกษามีความภาคภูมิใจในคณะ  แม้จะรู้ว่าคณะยังขาดแคลนทรัพยากรในการสนับสนุนการเรียนการสอนอยู่มาก  เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนนักศึกษาทั้งหมด แต่ขณะเดียวกัน  นักศึกษาก็มีความเข้าใจ  และรู้ว่าคณะมีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด  และถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า
                คณะวิทยาการจัดการ ได้ดำเนินงานเป็นไปตามภารกิจหลักในการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ในด้านการบริหารจัดการ คณาจารย์ในคณะได้ร่วมมือ ร่วมใจกันปฏิบัติงานด้วยความสามัคคี สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการสอนและให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักศึกษานั้น  มีความภาคภูมิใจ  มีความอบอุ่น  เป็นกันเองในการเรียน  ก่อให้เกิดพฤติกรรมความพร้อมในการเรียนรู้ (Active Learning) อย่างสูง โดยคณาจารย์ได้จัดโครงการต่างๆ ในการเสริมสร้างประสบการณ์แก่นักศึกษา  อย่างต่อเนื่อง  ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย การมีส่วนร่วมระหว่างนักศึกษา  คณาจารย์  และเจ้าหน้าที่  มีผลต่อการนำไปสู่การเสริมสร้างนักศึกษา และบัณฑิตที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ  และหน่วยงานต่าง ๆ 
 
จากการดำเนินงานในกิจกรรม/โครงการ  และมีการสรุปและประเมินผลการดำเนินการตามมาตรฐานการประกันคุณภาพของคณะวิทยาการจัดการ ในปีการศึกษา 2555 และจากผลการประเมินตนเอง  ทำให้คณะวิทยาการจัดการมีข้อสรุปและมีแนวทางพัฒนาการดำเนินงาน  ผลการดำเนินงานตามมาตรฐานการประกันคุณภาพ  11 องค์ประกอบ โดยมีบทสรุปการดำเนินงานในแต่ละองค์ประกอบเป็นดังนี้
 
องค์ประกอบที่  1  ปรัชญา  ปณิธาน  วัตถุประสงค์ และแผนการดำเนินงาน
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ  5.00   อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
คณะวิทยาการจัดการ มีปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และสอดคล้องกับ  พันธกิจมหาวิทยาลัย มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้แก่บุคลากรทั้งภายในและภายนอกคณะ
แนวทางการพัฒนา การสร้างโอกาสให้บุคลากรและหน่วยงานภายนอกร่วมวิพากษ์ ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมายของคณะวิทยาการจัดการ  และควรเน้นการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจในปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ในหลายรูปแบบ  และจัดโอกาสให้บุคลากรภายนอกมีส่วนร่วมในการกำหนด และดำเนินการตามพันธกิจของคณะฯ ในหลากหลายรูปแบบ
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
ควรมีการทำความเข้าใจกับหน่วยงานในคณะให้เห็นความสำคัญของการทำแผนยุทธศาสตร์  แผนการปฏิบัติงาน และแผนปฏิบัติราชการ  การกำหนดตัวบ่งชี้ เป้าหมายในการปฏิบัติราชการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
 
องค์ประกอบที่  2  การเรียนการสอน
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ  3.99    อยู่ในเกณฑ์ ดี
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
       คณะวิทยาการจัดการ หลักสูตรที่เปิดสอนมีความสอดคล้องกับปรัชญาของสถาบัน  มีการปรับปรุงหลักสูตร  เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม  มีการจัดแผนการเรียนและพัฒนาอาจารย์  ทั้งเพิ่มคุณวุฒิและตำแหน่งทางวิชาการ  มีการกำหนดคุณสมบัติของบัณฑิต  มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  มีระบบการเตรียมและฝึกประสบการณ์วิชาชีพอย่างดี
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
             คณะวิทยาการจัดการ ยังขาดการประเมินผล การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ ดังนั้นจึงควรหาแนวทางในการพัฒนา ดังนี้
1. คณะวิทยาการจัดการ ควรเร่งปรับปรุงหลักสูตรที่เปิดสอนในปัจจุบันให้เข้าสู่มาตรฐานหลักสูตรใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและสนับสนุนให้มีการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและผู้ใช้บัณฑิต  รวมทั้งพัฒนาหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษาให้มากขึ้น
2. คณะวิทยาการจัดการ ควรจัดทำแผนพัฒนาอาจารย์ทั้งด้านคุณวุฒิและตำแหน่งทางวิชาการที่ชัดเจน  เพราะยังมีสัดส่วนอาจารย์ประจำที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกและอาจารย์ประจำที่มีตำแหน่งทางวิชาการค่อนข้างต่ำ
3. คณะวิทยาการจัดการ ควรประสานงานกับมหาวิทยาลัยในการจัดงบประมาณสนับสนุนการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกให้มากขึ้นและกำหนดแผนเร่งรัดการสำเร็จการศึกษาของบุคลากรให้สำเร็จการศึกษาตามเวลาที่กำหนด
4. คณะวิทยาการจัดการ ควรส่งเสริมให้มีบรรยากาศของการจัดทำผลงานวิชาการเพื่อเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการให้สูงขึ้น  เช่น  การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำผลงานในแต่ละสาขา  การจัดอาจารย์อาวุโสที่มีตำแหน่งทางวิชาการและมีประสบการณ์ในการจัดทำผลงานทางวิชาการคอยเป็นพี่เลี้ยงแนะนำเป็นรายบุคคล  การสนับสนุนความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการทำผลงานวิชาการเฉพาะเรื่อง  เป็นต้น
5. คณะวิทยาการจัดการ ควรสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานของห้องสมุดประจำคณะวิทยาการจัดการ และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศที่ดี  เพื่อส่งเสริมบรรยากาศและอำนวยความสะดวกต่อการศึกษาค้นคว้าแก่นักศึกษา
6. คณะวิทยาการจัดการ ควรศึกษารูปแบบการจัดการศึกษาในรูปแบบใหม่ที่สร้างเสริมทักษะ  ประสบการณ์ตรงที่ดีแก่นักศึกษา เช่น การจัดการเรียนการสอนแบบสหกิจศึกษา การเชิญวิทยากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขามาให้ความรู้และแนวคิดในการประกอบอาชีพ
   7. คณะวิทยาการจัดการ ควรส่งเสริมให้มีการจัดทำสื่อประกอบการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์
   8. คณะวิทยาการจัดการ ควรจัดทำระบบฐานข้อมูลการใช้ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการเพื่ออำนวยความสะดวกในการวางแผนการใช้ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการได้อย่างเหมาะสมกับรายวิชา  โดยมีการมอบหมายบุคลากรทำหน้าที่ตรวจสอบ  บำรุงรักษาห้องเรียน  ห้องปฏิบัติการตลอดจนอุปกรณ์  ครุภัณฑ์และสื่อการเรียนการสอนประจำห้อง
   9. คณะวิทยาการจัดการ ควรดำเนินการประเมินผลระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อบริการห้องสมุดและระบบสารสนเทศเป็นประจำทุกภาคการศึกษาเพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาปรับปรุง และ พัฒนาการให้บริการ
   10. คณะวิทยาการจัดการ ควรพัฒนาระบบสารสนเทศนักศึกษา (Student affair  information  system)  มาใช้ในการรวบรวม  ติดตามผลการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา  ผลการเรียน  ผลงานดีเด่นของนักศึกษา  ซึ่งสามารถใช้ติดตามผลการพัฒนาการด้านต่างๆ ของนักศึกษาได้  ตลอดจนสามารถมอบให้นักศึกษานำไปใช้ประโยชน์ในการสมัครงานได้
            
องค์ประกอบที่  3   กิจกรรมการพัฒนานิสิตนักศึกษา
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ  5.00    อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
คณะฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบในการให้คำปรึกษา และมีแผนงาน โครงการจัดกิจกรรเพื่อพัฒนานักศึกษา โดยมีคณะกรรการองค์การบริหารนักศึกษา สภานักศึกษา รับผิดชอบในระดับสถาบัน ในระดับคณะสโมสรนักศึกษาภายใต้การกำกับควบคุมดูแลของรองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพบัณฑิตและประกันคุณภาพการศึกษาและมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการสรุปผลการจัดกิจกรรม
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
          ควรส่งเสริมให้นักศึกษา บุคลากรภายในและภายนอกร่วมกิจกรรมให้มากขึ้นและส่งเสริมให้มีการประเมินและนำผลการปรับปรุงกิจกรรมการพัฒนานักศึกษา
 
ข้อเสนอแนะ
โครงการสร้างเสริมระบบและกลไกการประกันคุณภาพงานกิจการนักศึกษา
องค์ประกอบที่  4  การวิจัย
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ  4.66   อยู่ในเกณฑ์ ดี
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
1.    คณะวิทยาการจัดการมีนโยบายที่เน้นให้มีการวิจัย มีส่วนกำหนดให้เป็นภารกิจหลัก
ควบคู่กับการสอนสำหรับคณาจารย์ และควบคู่กับการพัฒนางาน
2.    คณะวิทยาการจัดการได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาในการทำหน้าที่ประสาน
ส่งเสริมสนับสนุนและบริหารจัดการ คณะทำหน้าที่ดำเนินการผลิตงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ส่วนสถาบันวิจัยมีการดำเนินการในเรื่องการพัฒนานักวิจัยการติดต่อประสานงานกับแหล่งเงินทุน การจัดตั้งเครือข่ายวิจัย การจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัย การเผยแพร่ผลงานวิจัย การจัดทำวารสาร การยกย่อง/ให้รางวัลนักวิจัย ที่มีผลงานดีเด่น การถ่ายทอดผลงานวิจัย การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาได้จัดทำเป็นแผนปฏิบัติการสถาบันวิจัยและพัฒนาปีงบประมาณ 2552 ( วก.4.1-02) เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน  ติดตามงาน และประเมินผลการดำเนินงาน
          3.  มีหน่วยงานสนับสนุนงานวิจัยที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีเครือข่ายสามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุนการวิจัยได้ดี
          4.  มีหน่วยงานที่สนับสนุนและรับผิดชอบในการช่วยเหลือนักวิจัยในการจดสิทธิบัตร
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
1.    ฐานข้อมูลของคณะวิทยาการจัดการที่ใช้อยู่ปัจจุบันยังไม่ทันสมัย ทำให้ไม่สามารถรองรับ
การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.    อาจารย์ที่สอนมีภาระงานค่อนข้างสูงทำให้ไม่สามารถทำงานวิจัยได้อย่างเต็มที่
3.    อาจารย์บางส่วนเป็นอาจารย์ใหม่ไม่มีความมั่นใจในการทำวิจัยโครงการใหญ่ ซึ่งทำให้ไม่
กล้าที่ส่งเรื่องเพื่อเสนองานวิจัย
4.    มีนักวิจัยบางส่วนดำเนินงานวิจัยไม่แล้วเสร็จตามแผนงานทำให้ไม่สามารถขอทุนวิจัย
โครงการใหม่ได้
5.    อาจารย์ที่มีประสบการณ์ด้านการวิจัยทยอยเกษียณอายุราชการ  และคณะวิทยาการ
จัดการมีอาจารย์ที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติงานจำนวนหนึ่ง  ซึ่งยังไม่มีความชำนาญในการทำวิจัย คณะไม่สามารถจะหาอาจารย์มาทดแทนในสาขาได้
 
ข้อเสนอแนะ
1.    สนับสนุนให้เกิดกลุ่มวิจัยใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมสนับสนุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยที่มีอยู่ให้
พัฒนาขึ้นสู่สถานวิจัย และสถานวิจัยความเป็นเลิศต่อไป
2.    จัดสรรงบประมาณ จัดหาครุภัณฑ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยเพื่อรองรับการ
เติบโตของงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง
3.    พัฒนาระบบฐานข้อมูลวิจัยให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ และ
บุคลากรทุกคน สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
4.    ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายใน เพื่อร่วมทำงานในลักษณะเครือข่ายและ
โครงการวิจัยเชิงบูรณาการ
          5.  ควรมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้การเขียนบทความเพื่อจัดทำวารสารของคณะฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี
 
องค์ประกอบที่  5  การบริการวิชาการ
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ  5.00  อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
1.  มีการบริการวิชาการแก่ชุมชนภาครัฐและภาคเอกชนอย่างสม่ำเสมอ  โดยมีการประสานงานร่วมกับบุคลากรภาครัฐของชุมชนและโครงการความร่วมมือของหน่วยงานและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง
2.  มีการสนับสนุนให้มีการจัดบริการวิชาการอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชน
3.  บุคลากรของคณะวิทยาการจัดการมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการประกอบการ
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
1.  สนับสนุนให้อาจารย์ดำเนินโครงการวิชาการจัดทำแผนการนำความรู้ ประสบการณ์จากการบริการวิชาการมาใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน และการวิจัยให้มากขึ้น เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้จากประสบการตรง
2.  สร้างทีมคณาจารย์และวิทยากรให้มีความรู้ในวิชาชีพ  มีเทคนิคและมีความสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เข้ารับการอบรมได้ และเพื่อสร้างความเข้มแข็งในด้านวิชาการและวิชาชีพควรมีนโยบายส่งเสริมให้อาจารย์พัฒนาตนเองในการผลิตงานวิชาการ  งานวิจัย  ให้มากขึ้น 
3.  ควรมีการติดตามเพื่อให้ผู้รับผิดชอบได้รายงานผลดำเนินโครงการและประเมินผลการดำเนินโครงการอย่างจริงจัง  เพื่อวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน
4.  ควรหาแนวทางในการดำเนินกิจกรรมบริการวิชาการที่ก่อให้เกิดรายรับเข้ามหาวิทยาลัย
 
ข้อเสนอแนะ
1.  สนับสนุนงานบริการวิชาการแก่ชุมชนสำหรับผู้ด้อยโอกาส
2.  ให้มีการพัฒนางานและศักยภาพในการให้บริการวิชาการแก่ชุมชน
3.  ส่งเสริมบุคลากรและนักศึกษาในการให้บริการวิชาการแก่ชุมชน
4.  จัดบริการวิชาการให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของสังคม
5.  จัดให้มีโครงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในการให้บริการวิชาการ
6.  พัฒนาหน่วยงานและบุคลากรสำหรับงานบริการวิชาการให้มีประสิทธิภาพ
7.  แสวงหาความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนในการบริการวิชาการ
8.  สนับสนุนให้บุคลากรและนักศึกษาให้มีส่วนร่วมในการให้บริการวิชาการ
 
องค์ประกอบที่         6  การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ    4.00  อยู่ในเกณฑ์ ดี
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
1.    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์  มุ่งเน้นและส่งเสริมการดำเนินงานในด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
2.    คณะวิทยาการจัดการ มีการดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์  พัฒนาและเสริมสร้างเอกลักษณ์ศิลปะและวัฒนธรรม  โดยได้จัดกิจกรรมและโครงการที่ทำนุบำรุงและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม  ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม  ชุมชนในหลายกิจกรรมและโครงการอย่างต่อเนื่อง
3.    คณะวิทยาการจัดการ นอกจากจะดำเนินกิจกรรมด้านทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมตาม
ขนบธรรมเนียมประเพณีในโอกาสสำคัญต่างๆแล้ว ในปีการศึกษาต่อไปจะต้องเพิ่มโครงการที่สามารถนำมาบูรณาการความรู้และการบริหารจัดการเพื่อการปรับปรุงและแก้ปัญหาด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
1.    คณะวิทยาการจัดการ ควรมีการจัดทำแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และคณะกรรมการดำเนินงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
2.    คณะวิทยาการจัดการ  ควรจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมและเพียงพอกับทุกกิจกรรมและจะต้องริเริ่มการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อให้เกิดการบูรณาการในการเรียนการสอนและสามารถนำไปสู่การค้นคว้าวิจัยในรูปของปัญหาพิเศษของนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.    ในปีการศึกษาต่อไปจะต้องเพิ่มโครงการที่สามารถนำมาบูรณาการความรู้และการบริหารจัดการเพื่อการปรับปรุงและแก้ปัญหาด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
 
องค์ประกอบที่   7    การบริหารและการจัดการ
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ    4.25  อยู่ในเกณฑ์ ดี
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
1. ผู้บริหาร ของคณะวิทยาการจัดการได้ใช้หลักธรรมภิบาลในการบริหารจัดการ โดยการจัดประชุมคณาจารย์ประจำเดือน และสามารถผลักดันคณะให้แข่งขันได้
          2. ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ และสามารถถ่ายทอดไปยังบุคลากรทุกระดับ  บริหารงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของคณะฯ เป็นหลัก
          3. มีการวิเคราะห์ภาระงาน และส่งเสริมพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ความสามารถตรงกับภารกิจ และสาขาวิชาชีพ ทั้งทางด้านการฝึกอบรม การเข้าร่วมประชุมหรือเสนอผลงานทางวิชาการ การศึกษาต่อ ตลอดจนมีการส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรที่มีศักยภาพ และความสามารถสูงให้ประสบความสำเร็จ
          4. มีการจัดสวัสดิการ และการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่บุคลากรรวมทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน และบรรยากาศที่ดีที่จะทำให้บุคลากรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่อย่างมีความสุข
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
1.    ควรมีคู่มือการดำเนินงาน แผนการปฏิบัติงานประจำปี ของคณะวิทยาการจัดการ
2.     ควรมีแผน และหรือหลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา และพัฒนาสมรรถนะ และภาวะผู้นำของผู้บริหารหน่วยงาน และหลักฐานการดำเนินงานดังกล่าว ตลอดจนการประเมินและการปรับปรุง
          3. คณะฯ ควรส่งเสริมให้คณาจารย์สร้าง และพัฒนาผลงานทางวิชาการหรือวิชาชีพให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพของคณะฯและความเป็นเลิศทางวิชาการ และควรส่งเสริมให้คณาจารย์ได้เสนอผลงานในเวทีต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับผลงานทางวิชาการ หรือวิชาชีพในระดับชาติ หรือนานาชาติ
 
องค์ประกอบที่   8    การเงินและงบประมาณ
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ    4.00  อยู่ในเกณฑ์ ดี
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
          มีการจัดทำระบบบัญชีทางการเงิน และพัสดุที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา
 
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
1.     ไม่มีกระบวนการในการวางแผนการใช้เงิน
2.    ขาดบุคลากรทางด้านการตรวจสอบความต้องการของทรัพยากรภายในคณะ
3.    ไม่มีแผนยุทธศาสตร์ทางด้านการเงิน
 
องค์ประกอบที่  9  ระบบกลไกการประกันคุณภาพ
          คณะวิทยาการจัดการ มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ระดับ    3.00  อยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง
 
จุดเด่น/แนวทางพัฒนา
1.     ผู้บริหารคณะทุกระดับให้ความสำคัญต่อการประกันคุณภาพการศึกษาและสนับสนุนให้บุคลากรในหน่วยงานในคณะดำเนินการด้านประกันคุณภาพการศึกษาโดยสร้างความเข้าให้ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
2.     สารอ้างอิงส่วนขององค์ประกอบที่ 9 โดยส่วนใหญ่ครบถ้วนและสามารถสอบทานและจัดหาเอกสารอ้างอิงเพิ่มเติมได้สมบูรณ์ และมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
จุดอ่อน/แนวทางเสริม
1.     คณะควรจัดทำคู่มือการประกันคุณภาพของคณะเอง โดยให้จัดทำแนวทางการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพให้บรรลุเป้าหมายตามตัวบ่งชี้ของการปฏิบัติการที่กำหนดของคณะ
2.     คณะควรจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดเก็บเอกสารและจัดทำระบบอ้างอิงเป็นระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำสามารถตรวจสอบได้รวดเร็วและประหยัดงบประมาณ นอกจากนั้นคณะอาจจะพิจารณานำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการปรับปรุงระบบการถ่ายทอดตัวชี้วัดและติดตามผลปฏิบัติงานระดับบุคคลที่รับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
 
เสนอแนะโครงการ :
1.